Get Adobe Flash player

พยากรณ์อากาศวันนี้

Login Form

Who's Online

มี 44 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
162833

เงื่อนไขอำนำจในกำรออกคำสั่งทำงปกครอง


“ เงื่อนไขอำนำจในกำรออกคำสั่งทำงปกครอง “

ในบทความความครั้งที่แล้วได้เขียนถึงกรณีมติ ก.อบต.จังหวัดมหาสารคามในการประชุมครั้งที่ 8 / 2553 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ให้โอน(ย้าย) พนักงานส่วนตาบลในคราวเดียวจานวน 49 คน ซึ่ง ก.อบต.ได้มีมติในภายหลังว่า มติของ ก.อบต.จังหวัดมหาสารคามไม่ชอบด้วยกฎหมายและต่อมา ก.อบต.จังหวัดฯ ได้มีการเสนอข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อให้ ก.อบต.พิจารณาอีกครั้งนั้น เนื่องจากคาดว่าจะนาเข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการด้านกฎหมายในเดือนกันยายน 2554 นี้ จึงรับปากกับผู้ที่สนใจติดตามเรื่องนี้ว่าจะนามาเขียนลงบทความในเดือนกันยายนนี้ แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม จึงยังไม่มีข้อพิจารณาที่ตั้งใจว่าจะนามาฝากให้วิเคราะห์กันในครั้งนี้
         อย่างไรก็ตาม เพื่อความเข้าใจจะขอเท้าความทบทวนข้อเท็จจริงและความเป็นมาโดยย่อ เฉพาะในประเด็นที่อนุกรรมการด้านกฎหมายได้มีความเห็นเอาไว้(รายละเอียดทั้งหมดค่อนข้างยาวมาก โดยฝ่ายพนักงานส่วนตาบลที่ได้รับผลกระทบได้ร้องทุกข์ไว้ในหลายประเด็น) ซึ่งประเด็นหลักเริ่มจาก ก.อบต.จังหวัดมหาสารคามได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2553 ให้เสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขการโอน ย้ายปัญหาการโอนย้าย โดยอาศัยอานาจตามประกาศ ก.อบต.เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือก การบรรจุ และแต่งตั้ง การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับและการเลื่อนขั้นเงินเดือน(แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 9 เมษายน 2553 ในขณะที่ยังไม่มีการออกประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าว แต่มาดาเนินการออกประกาศภายหลังในวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 และประธาน ก.อบต.จังหวัดมหาสารคามได้ออกคาสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาการโอนย้าย ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2553 โดยอ้างย้อนไปตามมติ ก.อบต.จังหวัดมหาสารคาม ครั้งที่ 4 / 2553 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2553
         ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากจุดนี้ คาสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการฯ โดยอ้างถึงมติ ก.อบต.จังหวัดมหาสารคามที่มีมติไว้ในขณะที่ยังไม่มีการออกประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในเรื่องนี้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากกระทาโดยไม่มีอานาจและเมื่อการแต่งตั้งอนุกรรมการฯ ไม่ชอบแล้ว การที่อนุกรรมการฯไปดาเนินการใดๆ จนเสนอ ก.อบต.จังหวัดมหาสารคามซึ่งนาไปสู่มติให้โอนย้าย และการออกคาสั่งให้โอนย้ายของ อบต. ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นคาสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสาคัญที่กาหนดไว้นั่น เอง(พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9(1)) อันเป็นเหตุผลที่ ก.อบต. ได้มีมติไปแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นเพียงภาคแรกครับ เนื่องจากทราบว่า ก.อบต.มหาสารคามยังมีข้อเท็จจริงที่จะโต้แย้งเพิ่มเติมอีก ที่จะต้องพิจารณากันต่อไปอย่างไรก็ดีในระหว่างพิจารณาบางประเด็นอาจไม่เหมาะสมที่จะนามาเผยแพร่ เอาไว้เมื่อผลพิจารณาเป็นประการใด ผมจะเก็บมาฝากให้ร่วมวิเคราะห์กันอีกครั้งครับ

ด้วยจิตคารวะ
สุรเชษฐ มโนมัยกิจ
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหลวง
กรรมการพนักงานส่วนตำบล จ.พระนครศรีอยุธยา
อนุกรรมการด้านกฎหมายของคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล
กรรมการดำเนินการและเลขานุการสหกรณ์ออมทรัพย์กรม สถ.
รองประธานมูลนิธิปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
กรรมการสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
ขอบคุณครับ
ป.สุรเชษฐ